นิราศวาเคชั่น…National Gallery of Art # 5

February 3, 2010

พอตะลอน National History จบเบลก้อเดินต่อไปยัง Gallery of Art ต่อเลย เดินท้าลมหนาว อย่าได้แคร์สื่อ เหอะๆๆ เบลเพิ่งเข้ามาที่นี่ครั้งแรก เพราะครั้งก่อนเบลแวะที่ National history museum อย่างเดียว เหอะๆๆ ตื่นเต้นๆๆ ตอนแรงงง เพราะว่าต้องต่อคิวตรวจยาวมากแถมต้องไปห้องเช็คอีก เหอะๆ ถอดแจ๊คเก๊ตฝากไว้กะ รปภ. ตอนหลังสิหายงง เพราะคนที่ฝากคือนักศึกษาจากประเทศอังกฤษ เหอะๆๆ เบลเลยทำเนียนไปด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะเบลจะไม่ชอบดูงานศิลปะหรอก แต่ตอนนรี้ตั้งแต่ลงเรียนวาดรูป เบลตกหลุมรักไปแล้ว อิอิ ที่นี่มีรูปจำลอง Lincoln ด้วย เหมือนเชียว

เด็กน้อยมาทศนศึกษากัน

คุณป้าเขามาวาดรูปสีน้ำมัน สวยมากๆๆ

ถอด (โค๊ท) ความบวมออก อิอิ

ชอบรูปนี้มากๆๆๆๆ

นักเรียนอังกฤษถ่ายให้ (น่าดีใจใช่ไหม๊)

รูป lincoln ขนาดย่อ

ยิ้มหวานๆๆๆ


นิราศวาเคชั่น….National Museum of Natural History # 4

February 3, 2010

เบลตะลอนเองคนเดียว ก้อไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหนเอาแบบที่คุ้นเคยเลยก่อนแล้วกัน นั่นคือ National Museum of Natural History ที่นี่เป็นที่ถ่ายทำหนังเร่อง Night at Museum หนะ เบลก้อเดินแวะหลายห้องที่เบลไม่เคยเข้าเมื่อครั้งก่อน สวยๆๆทั้งนั้นเลย ครั้งก่อนมากะเพื่อนเขาชอบเพชรพลอยหนะเบลเลยอยู่ที่นั่นนานมาก เหอะๆๆ แต่ครั้งนี้เบลเดินเที่ยวเอง ที่นี่น่าสนใจมากมีหลายห้องให้ชมเบลเดินตามหาหินสลัก แต่หาไม่เจอ เหอะๆๆ เจอห้องเกาหลีแทน อีากๆๆ มีขนาดนี้เลยเหรอเนี๊ย ทำไมไม่มีห้องของไทยบ้างอะ วัฒนธรรมไทยก้อน่าศึกษาเหมือนกัน อิอิ

โครงกระดูกบรรพบุรุษ

อินเดียนแดง

เสาอะไรก้อไม่รู้

จะเป็นมัมมี่ดีไหมน๊า

ถ้วยชามอียิป

ดูการแต่งกายสมัยอียิป

เกาหลี ซารางแฮโย

แท่งหินอะไรไม่รู้

ขอแอ๊บสักรูป

หมีแพนด้า 2 ตัวที่ National zoo

อยากแต่หน่าแบบนี้บ้างอะ อิอิ


นิราศวาเคชั่น…..The National Mall # 3

February 3, 2010

วันนี้เป็นวันแรกที่เบลเริ่มเที่ยวดีซีอย่างเป็นทางการ เบลตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เลย เหอะๆๆๆ เบนั่งบัสมาลงที่ Glenmont แล้วต่อ Metro ไปเปลี่ยนสายที่ Metro Center แล้วนั่งไปลงที่ Smithsonian ที่นี่นะเรียกว่า The national mall เป็นแหล่งรวมที่เที่ยวดังๆๆของดีซีทั้งนั้นเลย ออกมาจาก Metro ก้อจะเห็น Washington Monument หรือ คนไทยเรียนว่าเสาดินสอ อยู่ทางขวามือ ถ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันตกนะจะเป็น US Capitol แต่เดินไกลมากๆๆๆๆๆเลย ตอนแรกเบลกะว่าใช้เวลา 2 วันคงเที่ยวทั่ว แต่ที่ไหนได้ 4 วันก้อไม่ทั่ว ดีซีนี่เที่ยวง่ายไม่หลง เพราะสถาที่ที่จะไปหนะเห็นอยู่ๆๆๆๆ เลยเดินได้ แม้จะไกลกอ้ตาม แค่มทีแผนที่อะไรๆก้อง่ายแล้ว ตามทางมีตึกสวยๆๆ แต่ละที่เข้ามฟรีทั้งนั่นเลย ดีจัง เบลเดินไปก้อนั่งพักไป เพราะเมื่อยเท้ามากๆๆ หนาวด้วย ขาแข็งเลยหละ เหอะๆๆๆ

ทางนี้คือ Washington Monument “เสาดินสอ”

Us capitol ไกลมากๆๆ

ทางนี้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด

ทางเดินไปพิพิธภัณฑ์

ต้นขาวๆๆ คืออะไรไม่รู้ แต่มีเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น

ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี

รถโรงเรียน

ต้น Roxy Pine เป็นต้นสแตนเลส

หน้าร้อนดอกสะพรั่ง แต่ตอนนี้ดูโล่งไปเลย

สระน้ำหน้าร้อน กลายเป็นลานสเก๊ตหน้าหนาว

มีคนเล่น 2 คน เบลดูเพลินเลย ลีลาดีมาก

ปฏิมากรรม ดูไม่ออกว่าคืออะไร

Smithsonian castle

Reflecting pool


นิราศวาเคชั่น…. Newark,NJ # 2

February 2, 2010

เบลตื่นแต่เช้าเลย เพราะต้องออกเดินทางไป NY เบลนัดกะพี่ยุ้ยไว้ที่นั่น เพราจะไปบ้านพี่เขาที่ Newark, New jersey ไง เบลไปลงที่ port Authority, NY แล้วก้อเดินมาตามถนน 42th street 8 Ave เพื่อไปยัง 10 Ave หายากมาก แต่ว่าไม่ยากอย่างที่คิด แต่เดินไกลมาก หลายบล็อกเลย แล้วเบลก้อเจอที่นัดหมาย พอพี่ยุยมารับ ก้อเดินทางไปบ้านพี่เขาเลย เด็กๆๆมาจากแข่งยูโด ชนะด้วย เก่งมากๆๆๆ จาก NY ไปบ้านพี่เขา 20 นาทีเอง พอไปถึงะ พี่เขาทำอาหารไทยให้กิน มีแกงเขียวหวานไก่กะมะเขือ ผัดกะเพาลูกชิ้นปลา กระดูกหมูทอดกะเทียม ไข่เจียวแหนม ข้าวสวยร้อนๆๆ กะ น้ำป่น อร่อยมากเลย รสชาดแบบไทยแท้ๆๆๆ อิ่มเลย เบลพักกะพี่เขาคืนนึง ก้อเล่นกะเด็กๆๆ เด็กๆ โชว์ยูโด มวย เยอะแยะเลย น่ารักมากๆๆๆ พอตอนบ่ายพี่ยุ้ยก้อมาส่งเบลขึ้นบัสกลับ DC เหอะๆๆ อิ่มอกอิ่มใจ แถมได้ผัดไทยกลับมาด้วย เปรมเลย

เบลอไปหน่อย

ความวุ่นวายที่นิวยอร์ค

ไม่ชอบตึกสูงๆๆเลย

ที่นัดหมาย

กว่าจะถ่ายได้ แต่ไม่รู้เรียกว่าต้นอะไร

น้อง Chris ลุกคนเล็กของพี่ยุ้ย

คนโตแอบหลับ เบลจำชื่อไม่ได้ แต่ชนะยูโดมา

รักคริสมากๆๆ


เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า

February 2, 2010

วันนี้เบลเตรียมของทั้งวัน ก้อเสาร์นี่ไปวาเคชั่นแล้ว ต้องเตรียมตัวหน่อย เป้ใบน้อย แต่เสื้อผ้านี่สิหนามากๆๆ อรดาบอกว่าเอาสเวทเตอร์ไป 3 ตัวพอแล้วใส่ว้ำๆๆเอา ก้อจริงแฮะ ปรกติก้อใส่ซ้ำอยู่แล้ว เบลก้อซื้อของใช้ส่วนตัวขนาดพกพา ไม่หนักดี ไปคราวนี้ขนไปน้อยกว่าตอนซัมเมอร์อีก แต่หนามากๆๆแค่โคทตัวเดียวก้อบวมแล้ว ยิ่งเบลตัวบวมๆๆอยู่ เบลจัดการเช็คข้าวของสัมภาระ ที่ขาดไม่ได้เลยก้อตั๋ว Greyhound, Hershy’s kisses, Credit card, money, US’s ID, International student card, International driver license, MP4 player, Digital camera, Hand lotion,พิมเสน และอีกมากมายเลย แต่เบลไม่ได้ขนแบบย้ายบ้านนะ เอาไปพอใช้หนะ การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางของวาเคชั่นสุดท้ายของปีนี้ แต่การเดินทางของเบลยังไม่สิ้นสุด แต่มันกำลังจะเริ่มขึ้น ว่าแต่ว่าการเดินทางครั้งนี้หัวใจเต้นตุ้มๆๆต่อมๆๆนะเนี๊ย เพราะเพื่อนๆๆลุ้นว่าจะม “ลมพัดหวนหรือเปล่า” เบลหนะว่าไม่มีแน่นอน แต่ที่แน่่ ไม่น่าเลย ก้อเบลต้องใช้ Metro station เดียวกันหนะสิ เฮ้อ คงไม่เป็น “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” หรอกนะ ขอร้อง ปล่อยเบลไปเถอะ สาธุ…….


นิราศวาเคชั่น : Let’s go to DC…. # 1

February 2, 2010

เช้าวันนี้เป็นวันแรกที่เบลต้องออกเดินทางไป DC เบลตื่นแต่เช้ามืด เพราะ 8 โมง Paporon คุณลุงแทกซี่จะมารับไปส่งที่ Bus station เบลก้อนั่งบัสไปจนถึง 3rd street แล้วลงเดินข้างสะพานไป Park n ride ใกล้ๆๆ Outlet เดินไกลมากเลย ยิ่งเช้าแบบนี้อากาศหนาวสุดๆๆ แข็งหมดแล้วดีนที่ซื้อที่ครอบหหูมาก่อนไม่งั้นตายแน่ๆๆ เบลเดินประมาณครึ่งชั่วโมงก้อถึงแล้ว เบลไปรอซื้อตั๋ว Greyhound เพื่อไป Newark, NJ วันพรุ่งนี้ ตอนแรกจะสั่งออนไลน์ แต่สั่งไมทัน กลัวไม่ได้ตั๋ว เลยต้องมาซื้อเอาวันนี้แหละ เบลซื้อแบบไป-กลับ DC-NY เพราะว่านั่งแค่ 5 ชั่วโมงเอง แล้วพี่ยุ้ยจะไปรับ 5 ชั่วโมงเอง ถ้าซื้อ DC-Newark, NJ นะนั่ง 7 ชั่วโมงแหนะ เบลเดินไปหาซื้ออาหารรองท้อง ที่สำคัญคือจะเข้าห้องน้ำ เพราะที่คิวห้องน้ำล็อก เหอะๆๆ พอ 10 โมงเบลก้อไปซื้อตั๋ว ปรากฎว่าเบลซื้อไม่ได้ เขาปิดไม่ขาย เลยอ่าประกาศ ต้องไปซื้อที่ Salisbury, MDว่างั้น แต่เขาใจดีนะให้ผู้โดยสารขึ้นรถไปได้ และไปซื้อตั๋วที่โน้น เหอะๆๆ เบลหนะมีตั๋วไป DC แล้ว แต่จะซื้อตั๋ว DC-NY หนะ เบลก้อนั่งรถไปเรื่อยๆๆๆ นั่งไปฟังเพลงไป เหอะๆๆ พอถึง Salisbury เบลถามว่าซื้อตั๋วที่ไหน คนขับบอกว่าซื้อที่Eston,MD อ้าวเป็นงั้นไป พอถึงที่หมายเบลและผู้โดยสารก้อลงไปซื้อตั๋วกัน แถมเป็นร้านคนจีน ทำฉุ่ยมากเลย เบลซื้อตั๋วกลับเที่ยวบ่ายโมง เขาให้รอบ 12.30 มาจะทันไหมเนี๊ย พอเบลขอเปลี่ยนเขาบอกว่าใช้ได้ ไม่มีปัญหา อะนะ เบลก้อเอามานั่นแหละ เพราะขอเปลี่ยนเขาไม่ทำให้ ความผิดเขานะ ไม่ใช่ขอเบล เบลมาถึงดีซี 5.30 pm เบลก้อเดินจาก Greyhound station ไปยัง Union station สถานี Metro เดินไกลมากเลยประมาณครึ่งชั่วโมง โห บรรยากาศแปลกดี คนละเรื่องเลย มาเที่ยวเอง กะมาทัวร์นี่ เหอะๆๆ พอมาถึงเบลก้อซื้อตั๋ว Metroรายสัปดาห์เลยมีราคา 26 n 39 $ งงอะดิ เลยถามเจ้าหน้าที่ เขาบอกว่า 26 $ หนะนั่งได้ระยะใกล้ 39 $ นั่งได้ไกลๆๆ ไม่ต้องจ่ายตังเพิ่มไง เบลนั่ง Metro ไปลงที่ Glenmont กว่าจะถึงที่พักเล่นเอาเหนื่อยลย หนาวก้อหนาว

อย่างกะพจมาน

เดินตามทาง

US capitol อยู่ลิปๆๆ

โบสถ์แถวนี้สวยกว่าเมืองเบลอีก

สนใจติดต่อได้นะ

เอาป้ายฆษณาออกแล้ว

ป้ายบอกทาง ไม่ต้องกลัวหลง

ดีซีนี่น่าอยู่จริงๆๆเลย

ถึงแล้ว เข้าไปหละนะ

เอามาแค่นี้แหละ


ความพยายามอยู่ที่ไหน ความหวั่นไหวอยู่ที่นั่น

January 21, 2010
กี่วันแล้วตั้งแต่ที่เขากลับมา เขาก้อวิ่งแจกขนมจีบทุกวัน วันละหลายๆๆรอบ ทำเหมือนกับเมื่อก่อนที่คบกัน น้ำจิ้มก้อหวานซะจนเลี่ยน ไม่มีผักมาแกล้มเลย สิ่งที่เขาพยายามทำ คล้ายๆๆกะการง้อเลยเนอะ โทร กะ ส่ง sms หา เช้า เที่ยง เย็น ก่อนนอน อย่างกะยาที่หมอสั่งเลยอะ แต่เบลคงดื้อยาวะแล้วเลยไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ แต่ก้อมีหวั่นไหวบ้าง แต่ยังใจแข็งอยู่ ยังไงก้อพยายามต่อไปนะ อย่าเพิ่งท้อ คงอีกนานหละกว่าจะเหมือนเดิ เพื่อนกันหนะดีแล้ว

ครั้งแรก กะ การตัดผมที่เมกา

January 19, 2010

วันนี้เบลไปตัดผม เพราะนัดช่างไว้ อะนะที่นี่อะไรก้อต้องมีการนัดหมายล่วงหน้า เหอะๆๆ ถ้าเป็นที่ไยนะนั่งรอได้เลย แต่ที่น่ไม่ได้ พอถึงเวลานัดเบลก้อไป แค่ไปเล็มปลาย กะ ตัดหน้าม้า ช่างที่เมกันนี่ทำผมไม่เหมือนช่างไทยเลย ต้องไปล้างผมให้เปียกๆๆ แล้วมาหวี แบ่งผมไปมา เอาพลาสติกผืนเล็กมาห่อที่ปกเสื้อด้านหลัง แล้วเอาผ้าผืนเล็กมาคลุมอีกชั้น จากนั้นเอาผ้าผืนใหญ่มาคลุมข้างหน้า กว่าช่างจะลงมือตัดนะ แบ่งผมเบลไปมา ไม่เหมือนช่างไทยที่ทำอะไรเร็วทันใจ ออกมาดูดี แต่ที่นี่นะ เฮ้อ กว่าจะเสร็จ ทำเอาเบลง่วงเลย พอตัดเสร็จ เขาก้อถามว่าจะไดร์ป่าว ที่ได้ที่นี่ก้อแแปลกๆๆ เหมือนที่อบไอน้ำเลย แค่ไปนังแล้วช่างก้อเอาวาครอบหัว เปิดสวิส แปบๆๆก้อร้อน แต่เบลนั่งไม่นาน เพราะทนความร้อนไม่ไหว เหอะๆๆๆ พอทำเสร็จจ่าย 2o $ บวกทิปอีก 3$ เหอะๆๆๆ ถ้าเป็นที่ไทยราคานี้คงออกมาแช้งแล้ว แต่นี่เมกา คิดทุกอย่างเป็นดอลล่า เหอะๆๆ หลาบ


เธอกลับมาเพื่อหมนเข็มนาฬิกาให้เดินกลับหลัง

January 19, 2010
เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นเนี๊ยะ ทั้งอึ้ง ทั้งช๊อค ก้อเบลเห็นเขาที่หน้า Home หนะ นั่นก้อหมายความว่าเขากะเป็นเป็นเพื่อนใน Facebook อีกครั้ง แต่ยังไม่ทันหายอึ้ง เรื่องช๊อคก้อตามมาติดๆๆ เขามาทักเบลใน Facebook เราเลยแชทกัน หัวใจที่เข้มแข็งมาหลายวัน อ่อนยวบเลยเมื่ออ่านข้อความที่เขาแชทมา ทำให้รู้ว่าเราคิดไม่ต่างกันเลย แต่เบลกลัว ไม่อยากเจ็บแบบซ้ำๆๆอีกแล้ว ไม่อยากทำร้ายหัวใจตัวเองอีกแล้ว

Today is my last day for school….. So sad…..

January 15, 2010

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ watercolor n portrait classes รู้สึกเศร้าๆๆ เหงาๆๆ เพราะจะไม่ได้เจอเพื่อนร่วงคลาส และ อาจารย์แสนใจดีอีกแล้ว ทุกคนในคลาสใจหายวาบ เพราะเบลไม่มาอีกแล้ว เบลเก็บชั่ซโมงเรียนครบแล้วไง แต่ใจจริงๆๆอยากลงเรียนต่อไปเรื่อยๆๆ แต่เกรงใจโฮสที่ต้องให้คนขับรถรับส่ง วันนี้ก้อเช่นกัน ไม่มีคนขับรถมารับ แต่กลายเป็นมัมขับไปส่งที่คอลเลจ ส่วนตอนกลับเบลก้อรอนานมากๆๆปรากฎว่าแด๊ดมารับกลับ OMG โชคดีหรือว่าอะไรกันเนี๊ย เพราะไ่ม่ได้ไปไหนแบบนี้มานานมากๆๆๆๆๆแล้ว เท่าที่จำได้นะ 7 เดือนแล้วมั้ง

วันนี้เป็นวันแรกที่เบลวาดสีน้ำได้ดูดีทีเดียว ดูดีกว่าครั้งกอนๆๆที่ผ่านมา ส่วน Portrait เบลเลือกวาดกะ pastel colors อีกครั้ง คราวนี้วาดผู้ชาย Matthew (ชื่อเดียวกะเขาเลย) เป็นภาพที่สวย และ มือไม้เลอะเทอะที่สุด วาดไปตกหลุมรักภาพวาดไป ภาพสีดูดีกว่าวาดกะดินสออีก เหมือนมีชีวิตชีวา อาจารย์บอกว่ารูปนี้เหมือนจะพูดว่า “Baby comes n get me” 555 คิดได้ยังไง อาจารย์แววว่ากะคนนั้นใครดูดีกว่า เบลบอกว่ารูปนี้หล่อมาก เบลเริ่มตกหลุมรักซะแล้ว แต่ว่าดไปวาดมาหน้าคล้าย Bruce มากๆๆ เบลว่าจะส่งเมลไปให้เขาดูว่าเหมือนเขาป่าว เหอะๆๆ

วันนี้เบลใช้เวลาทุกนาทีที่มีค่าเก็บเก่ยวช่วงแห่งความสุขกะวิชาที่เรียนและบรรยากาศรอบๆ Del Tech ให้มากที่สุด ตอนพักเที่ยงเบลเดินเรื่อยๆแบบไม่รีบไปโรงอาหาร และนั่งไปเรื่อยๆๆ เบลรู้สึกเศร้ามากๆๆ เพราะจะไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว เบลเดินไปริมทะเลสาบซึ่งพื้นน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง และมีหิมะปกคลุม ฝ่งนี้หิมะจะเยอะกว่าเมืองที่เบลอยู่ มันเป็นภาพที่สวยมากๆๆ เสยดายไม่ได้เอากล้องไปถ่าย เหอะๆๆ

ภาพวาดสีน้ำที่ดูดีที่สุด

matthew mcconaughey

เบลตกหลุมรัก Matthew ไปแล้วหละ หล่อมากๆๆ


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.